Menu Close

2,4-ดี-ไดเมทิลแอมโมเนียม (2,4-D-dimethylammonium)

ชื่อสามัญ 2,4-ดี-ไดเมทิลแอมโมเนียม (2,4-D-dimethylammonium)

สารสำคัญ dimethylammonium (2,4-dichlorophenoxy)acetate ………84% W/V SL

ผลิตภัณฑ์ของ Atul Limited. India

ประโยชน์ ใช้หลังวัชพืชงอก (post-emergence) ในอ้อย เพื่อกำจัดวัชพืชประเภทใบกว้าง เช่น ผักโขม ผักโขมหิน และผักเสี้ยนดอกม่วง และวัชพืชประเภทกก เช่น กกทราย

วิธีใช้ ใช้อัตรา 200-250 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 60-80 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 ไร่ หรืออัตรา 50-60 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 15-20 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 งาน หลังปลูกอ้อย วัชพืชมีจำนวนใบ 3-6 ใบ

วิธีเก็บรักษา ต้องเก็บ 2,4-ดี-ไดเมทิลแอมโมเนียม (2,4-D-dimethylammonium) ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ

คำเตือน 2,4-ดี-ไดเมทิลแอมโมเนียม (2,4-D-dimethylammonium) เป็นวัตถุอันตรายที่มีพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหารหรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือหรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์เครื่องพ่นสารลงใน แม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้ามใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังฉีดพ่น ห้าม ใช้เครื่องพ่นสารกำจัดวัชพืชนี้พ่นสารกำจัดศัตรูพืชอื่น
  2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือ และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ไม้กวน ขณะพ่นต้องอยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือ และหน้ากาก ต้องล้างมือและหน้าให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้องอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้วล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน่ำล้างไปใช้ผสมฉีดพ่น กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย
  3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนังและเสื้อผ้า ระวังความเป็นพิษของสารต่อพืชอื่น ๆ ที่ปลูกร่วม ปลูกใกล้เคียง หรือปลูกตามหลัง
  4. ให้พ่นสารสลับกับผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นที่มีอักษรต่างกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวัชพืชต้านทานสารกำจัดวัชพืช
  5. มีฤทธิ์กัดกร่อนต่อตา
  6. เป็นพิษต่อนก ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง

อาการเกิดพิษ พิษจากการสูดดม ทำให้ เวียนศีรษะ มึนงง แสบร้อนในจมูกและทางเดินหายใจ มีอาการไอ ถ้ากลืนกินสารพิษจะมีอาการปวดศีรษะ เงื่อออกมาก อ่อเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ลมหายใจมีกลิ่น ปวดท้อง ท้องเสีย ตาพร่า พูดม่ชัด น้ำลายออกมาก กล้ามเนื้อกระตุก ปฏิกิริยาโต้ตอบสิ่งกระตุ้นต่ำ กล้ามเนื้อเปลี้ย ชัก หมดสติ หัวใจวายตาย

การแก้พิษเบื้องต้น ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากาก ป้องกันการสัมผัสสารพิษจากวัตถุอันตราย ขณะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย

  1. ถ้าเกิดอาการพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที
  4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้าม ทำให้อาเจียน และห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใด ๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อม ภาชนะบรรจุและฉลาก