Menu Close

แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin)

ชื่อสามัญ แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin)

สารสำคัญ lambda-cyhalothrin ………2.5% W/V EC

ผลิตภัณฑ์ของ Jiangsu Changlong Chemicals Co., Ltd. PRC

ประโยชน์ ใช้ป้องกันกำจัดหนอนเจาะสมอฝ้ายในหน่อไม้ฝรั่ง

วิธีใช้ ใช้อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอนแมลงวันชอนใบในถั่วฝักยาว

วิธีเก็บรักษา ต้องเก็บ แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin) ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ

คำเตือน แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin) เป็นวัตถุอันตรายที่มีพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหารหรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือหรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์เครื่องพ่นสารลงใน แม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้ามใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังฉีดพ่น
  2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือ และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ไม้กวน ขณะพ่นต้องอยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือ และหน้ากาก ต้องล้างมือและหน้าให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้องอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้วล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน่ำล้างไปใช้ผสมฉีดพ่น กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย
  3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนังและเสื้อผ้า
  4. ให้พ่นสารสลับกับผลิตภัณฑ์หมายเลขกลุ่มอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความต้านทานของแมลง
  5. มีฤทธิ์กัดกร่อนต่อตา
  6. เป็นพิษต่อปลา ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ
    เป็นพิษสูงต่อผึ้ง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง
    เป็นพิษต่อข้อปล้องที่มีประโยชน์ ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง
  7. ห้ามเก็บเกี่ยวหน่อไม้ฝรั่งภายใน 3 วัน หลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย
  8. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระบาดเพิ่ม (resurgence) ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ห้ามใช้ในนาข้าว

อาการเกิดพิษ ถ้าได้รับพิษทางผิวหนังอาจเกิดการระคายเคืองหรือเป็นผื่นคัน ถ้าสูดดม บางรายมีอาการคัดจมูก ผู้รับพิษมักมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป ในกรณีรุนแรงอาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อชักกระตุก ชัก ถ้ารุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติ

การแก้พิษเบื้องต้น ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากาก ป้องกันการสัมผัสสารพิษจากวัตถุอันตราย ขณะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย

  1. ถ้าเกิดอาการพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที
  4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้าม ทำให้อาเจียน และห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใด ๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อม ภาชนะบรรจุและฉลาก