Menu Close

อะลาคลอร์ (alachlor)

ชื่อสามัญ อะลาคลอร์ (alachlor)

สารสำคัญ 2-chloro-2′,6′-diethyl-N-methoxymethylacetanilide ………40% W/V EC

ผลิตภัณฑ์ของ Shandong Qiaochang Chemical Co., Ltd., PRC.

ประโยชน์ ใช้ก่อนวัชพืชงอก (pre-emergence) ในคะน้า เพื่อกำจัดวัชพืชประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนติด หญ้าตีนกา หญ้านกชมพู และหญ้าดอกขาว และวัชพืชประเภทใบกว้าง เช่น ผักเบี้ยหิน ผักโขม และลูกใต้ใบ

วิธีใช้ ใช้อัตรา 500-600 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 60-80 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 ไร่ หรืออัตรา 125-150 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 15-20 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 งาน หลังปลูกคะน้า ขณะดินมีความชื้น

วิธีเก็บรักษา ต้องเก็บ อะลาคลอร์ (alachlor) ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ

คำเตือน อะลาคลอร์ (alachlor) เป็นวัตถุอันตรายที่มีพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหารหรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือหรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์เครื่องพ่นสารลงใน แม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้ามใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังฉีดพ่นสาร
  2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือ และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ไม้กวน ขณะพ่นต้องอยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือ และหน้ากาก ต้องล้างมือและหน้าให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้องอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้วล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน่ำล้างไปใช้ผสมฉีดพ่น กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย
  3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนังและเสื้อผ้า ระวังความเป็นพิษของสารต่อพืชอื่น ๆ ที่ปลูกร่วม ปลูกใกล้เคียง หรือปลูกตามหลัง
  4. ให้พ่นสารสลับกับผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นที่มีอักษรต่างกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวัชพืชต้านทานสารกำจัดวัชพืช
  5. มีฤทธิ์กัดกร่อนต่อตา
  6. เป็นพิษต่อปลา ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ

อาการเกิดพิษ หากเข้าตา จมูก หรือถูกผิวหนังอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือเกิดการแพ้ตามผิวหนัง หากกลืนเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย

การแก้พิษเบื้องต้น

  1. ถ้าเกิดอาการพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที
  4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้าม ทำให้อาเจียน และห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใด ๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อม ภาชนะบรรจุและฉลาก