Menu Close

พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride)

ชื่อสามัญ พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride)

สารสำคัญ 1,1′-Dimethyl-4,4′-bipyridinium, dichloride ………27.6% W/V SL
(1,1′-Dimethyl-4,4′-bipyridinium ion ……… 20% W/V)

ผลิตภัณฑ์ของ Nanjing Red Sun Biochemistry Co., Ltd., PRC.

ประโยชน์ ใช้หลังวัชพืชงอก (post-emergence) ในมันสำปะหลัง เพื่อกำจัดวัชพืชประเภทใบแคบ เช่น หญ้าตีนติด หญ้านกสีชมพู หญ้าปากควาย หญ้าหางนกยูงใหญ่ และหญ้าตีนนก และวัชพืชประเภทใบกว้าง เช่น ผักเบี้ยหิน หญ้ายาง หนามกระสุน ผักโขม และผักโขมหิน

วิธีใช้ ใช้อัตรา 400-500 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 60-80 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 ไร่ หรืออัตรา 100-125 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 15-20 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 งาน ระหว่างแถวปลูกมันสำปะหลัง วัชพืชมีความสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร

วิธีเก็บรักษา ต้องเก็บ พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride) ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ

คำเตือน พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride) เป็นวัตถุอันตรายที่มีพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหารหรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือหรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์เครื่องพ่นสารลงใน แม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้ามใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็กและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังฉีดพ่นสาร ห้าม ผสม พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride) เกิน 500 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ห้ามใช้เครื่องพ่นสารกำจัดวัชพืชนี้พ่นสารกำจัดศัตรูพืชชนิดอื่น ห้ามใช้กับเครื่องพ่นสารแบบน้ำน้อย และเครื่องพ่นสารแบบไม่ผสมน้ำ
  2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือ และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ไม้กวน ขณะพ่นต้องอยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือ และหน้ากาก ต้องล้างมือและหน้าให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้องอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้วล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน่ำล้างไปใช้ผสมฉีดพ่น กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย สำหรับพื้นที่ทำการเกษตร ต้อง ระวังไม่ให้ พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride) สัมผัสกับพืชปลุก ควรใช้หัวฉีดที่มีรูพ่นขนาดโต เพื่อช่วยลดความเสียหายแก่พืชปลูกข้างเคียง ต้อง ทำความสะอาดเครื่องพ่นและอุปกรณ์ทุกครั้งหลังการใช้ เพื่อป้องกันการรั่วซึมเนื่องจาก พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride) มีฤทธิ์กัดกร่อนเหล็กและโลหะ
  3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนังและเสื้อผ้า ระวังความเป็นพิษของสารต่อพืชอื่น ๆ ที่ปลูกร่วม ปลูกใกล้เคียง หรือปลูกตามหลัง
  4. การใช้สารกำจัดวัชพืช ซึ่งอยู่ในอักษรกลุ่มเดียวกัน ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดความต้านทานของวัชพืช
  5. ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง
  6. เป็นพิษต่อนก ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง

อาการเกิดพิษ

  1. ผู้ได้รับพิษโดยทางปาก หรือถ้ากลืนกินจะเกิดอาการเจ็บในปาก กลืนลำบาก และแผลในปาก อาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องร่วงร่วมด้วย หากกินสารสูตรเข้มข้นในปริมาณมาก จะทำให้เกิดภาวะล้มเหลวของอวัยวะหลายระบบ ภายใน 24-48 ชั่วโมง ถ้ากลืนกินขนาดปานกลาง การดำเนินของโรคจะช้ากว่า โดยเกิดพังพืดในปอดภายใน 7-10 วัน
  2. การสูดดมละอองของสาร อาจทำให้เกิดการระคายเคืองของจมูกและคอ แต่จะไม่ทำให้เกิดภาวะเป็นพิษทั่วร่างกาย
  3. สารสูตรเข้มข้นจะระคายเคืองผิวหนัง และตา อาจทำให้เกิดแผลได้ในรายที่รุนแรง

การแก้พิษเบื้องต้น ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากาก ป้องกันการสัมผัสสารพิษจากวัตถุอันตราย ขณะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย

  1. ถ้าเกิดอาการพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที
  4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้าม ทำให้อาเจียน และห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใด ๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อม ภาชนะบรรจุและฉลาก