Menu Close

คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos)

ชื่อสามัญ คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos)

สารสำคัญ O, O-diethyl O-3, 5, 6-trichloropyridin-2-yl phosphorothioate ………40% W/V EC

ผลิตภัณฑ์ของ Nanjing Red Sun Co., Ltd. PRC

ประโยชน์ ใช้ป้องกันกำจัดหนอนแมลงวันชอนใบในดาวเรือง

วิธีใช้ ใช้อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอนแมลงวันชอนใบในดาวเรือง

วิธีเก็บรักษา ต้องเก็บ คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) ในภาชนะเดิมที่ปิดแน่น มีฉลากติดอยู่ และไม่ให้ถูกแสงแดด สถานที่เก็บต้องแห้งและเย็น ห่างไกลจากเด็ก อาหาร น้ำดื่ม สัตว์เลี้ยงและเปลวไฟ

คำเตือน คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) เป็นวัตถุอันตรายที่มีพิษ ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ห้าม ดื่มน้ำ กินอาหารหรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงาน ห้าม คนและนำสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้าม เทสารที่เหลือหรือล้างภาชนะบรรจุ อุปกรณ์เครื่องพ่นสารลงใน แม่น้ำ ลำคลอง หรือบริเวณใกล้เคียง เมื่อใช้สารฯ หมดแล้ว ห้ามใช้ไฟเผาภาชนะบรรจุ หรือนำกลับไปใช้อีก ห้าม เด็ก และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่กำลังฉีดพ่น ห้าม ผสม คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) กับสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง
  2. ขณะผสม ต้อง สวมถุงมือ และหน้ากากเพื่อป้องกันมิให้สารเข้มข้นถูกผิวหนัง และกระเด็นเข้าตา การผสมให้ใช้ไม้กวน ขณะพ่นต้องอยู่เหนือลมเสมอ และควรสวมถุงมือ และหน้ากาก ต้องล้างมือและหน้าให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ ก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ต้องอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า และซักชุดที่สวมทำงานให้สะอาด ภาชนะบรรจุเมื่อใช้หมดแล้วให้กลั้วล้างด้วยน้ำ 3 ครั้ง และรวมเอาน่ำล้างไปใช้ผสมฉีดพ่น กำจัดภาชนะบรรจุโดยทำลายแล้วฝังดิน หรือรวมทิ้งให้ปลอดภัย
  3. ระวัง อย่าให้เข้าปาก ตา จมูก หรือถูกผิวหนังและเสื้อผ้า
  4. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อตาและผิวหนัง
  5. เป็นพิษต่อนก ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง
    เป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำอื่น ๆ ต้องระวังการชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ
    เป็นพิษต่อผึ้ง ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง
    เป็นพิษต่อตัวห้ำและตัวเบียน ให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง

อาการเกิดพิษ

  1. ผู้ได้รับพิษทางปาก ผิวหนังและสูดดม จะมีอาการมึนงง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย กระวนกระวาย อาการสั่นที่ปลายลิ้นและเปลือกตา คลื่นไส้ อาเจียน น้ำลาย และเหงื่อออกมาก น้ำตาไหล ปวดท้อง ท้องเสีย กล้ามเนื้อเกร็ง
  2. พิษรุนแรงมีอาการสับสน ม่านตาหรี่ ตาพร่ามัว ปวดบวม หายใจลำบาก ขากออกซิเจน ตัวเขียวคล้ำ สูญเสียการบังคับกล้ามเนื้อหูรูด หมดสติ ชัก และเสียชีวิตเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว
  3. พิษสะสมทำให้ระบบประสาทถูกทำลายและกล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย

การแก้พิษเบื้องต้น ต้อง สวมถุงมือยาง และหน้ากาก ป้องกันการสัมผัสสารพิษจากวัตถุอันตราย ขณะให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย

  1. ถ้าเกิดอาการพิษเนื่องจากการสูดดม รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ใช้ และให้พักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  2. ถ้าเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากนาน 15 นาที หากอาการไม่ทุเลา รีบไปพบแพทย์
  3. ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำจนสะอาด ถ้าเปื้อนเสื้อผ้าให้รีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที
  4. ถ้าเข้าปากให้รีบบ้วนน้ำล้างปาก หากกลืนกิน ห้าม ทำให้อาเจียน และห้าม ให้น้ำ เครื่องดื่ม หรืออาหารใด ๆ ทั้งสิ้น รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันทีพร้อม ภาชนะบรรจุและฉลาก